บทที่ 9 แค่แกล้ง
ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจฉันแค่แกล้งพี่ดิวกับยัยข้าวฟ่างไม่ใช่อย่างที่ยัยกันยามันตั้งข้อสังเกตขึ้นมาอีกคน ฉันก็แค่นึกสนุกที่ได้แกล้งพี่ดิวไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น
"แกจะบ้าเหรอกันยา คนอย่างฉันนี่นะจะหึงพี่ดิวเจ้าชู้จะตายแกคิดได้ยังไง คนอย่างแพตตี้ที่มีหนุ่มในคลังเยอะแยะจนจำชื่อไม่ได้จะเสียอาการเพราะพี่ดิว ไม่มีทางหรอก"
ฉันตอบกันยาอย่างมั่นใจตัวเลือกฉันมีเยอะแยะทำไมจะต้องไปมองพี่ดิวให้เสียเวลา ผู้ชายมั่นหน้าอย่างนั้นนะเหรอฉันคงไม่ตาถั่วไปหลงงมงายเหมือนผู้หญิงคนอื่นฝันไปเถอะไม่มีบัญญัติไว้ในพจนานุกรมของแพตตี้
"เสียงสูงขึ้นมาเชียวนะแก ไม่มีอะไรจริงเหรอ"
นิชาก็แซวฉันอีกขึ้นมาอีกคนพวกมันสามคนได้ที พากันรุมฉันใหญ่ ฉันสะบัดผมใส่เพื่อนอย่างมั่นใจแต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่ค่อยเชื่อที่ฉันพูดสักเท่าไหร่ และขยิบตาส่งสัญญาณให้กันและยิ้มล้อเลียน
"เออ! พวกแกสามคนเลิกพูดถึงเรื่องนี้กันได้แล้ว ก็ฉันทำไปแล้วนี่แก้ตัวตอนนี้คงไม่ทันฉันชอบทำอะไรก่อนคิดพสกแกย้ำจนฉันยังอายแล้วเนี่ย คราวหลังฉันจะไม่แกล้งใครแรงแบบนี้อีกสาบาน"
กว่าจะคิดได้ก็สายเกินแก้ไขได้ทันคิดแล้วยังอายหน้าชาไม่หาย แถมฉันเจอดีเพราะลูกชายพี่ดิวทิ่มก้นอีกต่างหาก ฉันไม่ใช่คนใสซื่อที่จะไม่รู้ว่าไอ้ที่ทิ่มก้นเมื่อกี้คืออะไร ดีที่ไม่มีคนเห็นว่าพี่ดิวทำอะไรกับฉันบ้าง ไหนจะเจอฝ่ามืออุ่นๆลูบไล้ต้นขาทำขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ดีที่ฉันยังมีสติหลงเหลืออยู่บ้างไม่งั้นคงเผลอใผลไปกับพี่ดิวแน่ๆ ฉันต้องบ้าจริงๆอยากจิกหัวตัวเองแล้วทึ้งแรงๆเพื่อจะได้หลบภาพและร่องรอยสัมผัสนั้นให้ออกไปจากหัว
"ค่ะเพื่อน แค่แกล้งเนาะ ไม่ได้หึงเขาเลยค่ะ"
ลูกอมมันพูดประชดฉันไม่หยุด ทำไมเพื่อนทั้งสามคนถึงไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่ฉันพูด คนอย่างฉันไม่มีทางหึงพี่ดิว ให้ตายก็ไม่หึง
เพื่อนทั้งสามเดินนำหน้าฉันไปก่อนปล่อยให้ฉันคิดสับสนเรื่องที่เผลอใจกล้าบ้าบิ่นแล้วทีนี้ฉันจะกล้าสู้หน้าพี่ดิวกับเพื่อนเขาได้ไหม ไหนจะเรื่องหนุ่มคณะวิศวะนั่นอีกทุกคนกันเห็นหมดว่าฉันทำอะไรไป ป่านนี้เรตติ้งฉันคงตกคราวหน้าจะเอาความกล้าที่ไหนไปส่องผู้ชายหล่อคณะนั้นได้ ข่าวลือเรื่องวีรกรรมแสบของฉันคงกระจายไปทั่วอาจไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าเข้าใกล้ ฉันได้แต่เดินหน้าเหี่ยวคอตกตามหลังเพื่อนๆไปเรียนและแอบถอนหายใจบ่อยๆทำอะไรไม่คิดแล้วก็เป็นอย่างนี้เสมอยัยแพตตี้
"เห้อ"
เสียงถอนหายใจของฉันคงดังมากทำให้เพื่อนๆต้องพากันหันหลังมามองแล้วพากันหัวเราะชอบใจและส่ายหน้าไปตามๆกัน ปี๊ดแตกทีไรสติหลุดทำอะไรไม่คิดเสมอ
"ไปเรียนได้แล้วแพตตี้ ถอนหายใจไปก็ไม่ช่วยอะไร หรอกฉันเตือนแกหลายครั้งให้คิดดีๆก่อนทำ"
ไม่รู้ว่ากันยามันเตือนสติฉันเป็นครั้งที่เท่าไหร่เรื่องที่ฉันเป็นคนใจร้อนแล้วชอบเอาคืน
"ขี้เกียจเข้ารับน้องจัง"
เสียงลูกอมบ่นลอยมา พวกเรากำลังนั่งรอเข้ากิจกรรมรับน้องหลังจากเรียนเสร็จ และในขณะที่กำลังเริ่มกิจกรรม
"นั่นมันกลุ่มพี่รุจคณะวิศวะสุดหล่อนี่นา มาครบแก๊งเลยพวกแก พี่รุจโคตรหล่อเลย พวกพี่เขามาทำอะไรคณะเรานะ"
เป็นเสียงสาวๆดังเซ็งแซ่แข่งกับเสียงของนุ่นพี่ไม่สนใจกิจกรรมพากันมองไปยังกลุ่มนั้นรวมถึงพวกเราสี่คนที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"นั่นๆ พี่ดิวสุดหล่อของฉันก็มาด้วย ฉันอยากได้พี่เขานะ อยากลองโดนของพี่เขาสักครั้งคงฟินน่าดู อยากโดนเสือจับกิน"
ฉันหันมองไปยังต้นเสียงที่พูดขึ้นเมื่อกี้ และหันมาเบะปากใส่คนที่กำลังเดินเข้ามานี่ก็ขยันมาอ่อยเหลือเกินหมั่นไส้ รอยยิ้มอุบาทว์ก็ยังจะขยิ้มยิ้มหว่านเสน่ห์อยู่ได้หน้าบอกยี่ห้อนี่คงมาหาเหยื่อคณะฉันล่ะสิ มาส่งซะไกลเห็นแล้วหมั่นไส้อยากชกหน้าแสนมั่นของพี่ดิวให้หงายหลัง พี่ต้าต้า พี่เตก็ใช่ย่อย สาวพากันกรี๊ดใหญ่มีดีอะไรนักหนา ฉันหันกลับมาเห็นหน้ายัยลูกอมเหี่ยวแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด มีเพียงกันยาคนเดียวที่ยังนั่งนิ่งเฉย
ฉันหันกลับไปมองกลุ่มพี่รุจอีกครั้งยิ่งดูก็ยิ่งหงุดหงิด แต่ละคนขี้เก็กและวางฟอร์มเก่ง ก่อนที่ฉันจะอกแตกเพราผู้ชายฟอร์เยอะกลุ่มนั้นฉันต้องหาอะไรแก้เครียด กาแจกช่อทางติดต่อให้หนุ่มที่เข้ามาขอก็ช่วยให้ฉันลืมเรื่องของพี่ดิวไปได้ ผู้ชายหล่อช่วยเยียวยาหัวใจร้อนลุ่มของฉันลงได้
"แพตตี้ฉันว่าแกเพลาๆ แจกไลน์แจกเบอร์ให้พวกหนุ่มๆบ้างก็ได้นะ"
ลูกอมมันหันมาสะกิดแขนแล้วกระซิบกระซาบอยู่ข้างหูในขณะที่ฉันกำลังแลกไลน์กับเพื่อนผู้ชายในคณะ ที่เข้ามาขอ
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ"
ฉันถามด้วยความสงสัยแล้วทำหน้างงกับคำพูดของยัยลูกอม ปกติฉันก็เป็นแบบนี้มันเห็นบ่อยๆน่าจะชินได้แล้ว
"เออน่า เชื่อฉันเถอะน่าถ้าไม่อยากให้ระเบิดลงแถวนี้ แกหันไปดูโน่น"
พูดจบลูกอมก็บุ๊ยปากให้ฉันไปมองตามสายตามันไปก็ไม่เห็นมีจะอะไรที่ทำให้ฉันหยุดแลกไลน์ นอกจากเห็นพี่ดิวยืนกระฟัดกระเฟียดจ้องฉันตาเขม็งจะกินเลือดกินเนื้อ นั่นมันก็เป็นปกติของพี่ดิวที่ชอบทำแบบนั้นใส่ฉันเป็นประจำไม่เห็นมีอะไรแปลก
และฉันไม่สนท่าทางนั้นของพี่ดิวฉันยังยิ้มและพูดคุยกับผู้ชายต่อจนพวกพี่เขากำลังเดินหนีออกไป แต่ฉันก็ต้องชะงักเมื่อคนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปเกาะแขนพี่รุจแจ ฉันเหลือบมามองนิชาที่ทำหน้าสลด
พวกเราแอบมองสองคนนั้นและเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน จนได้รู้คำตอบว่าพวกเขานัดกันไปเที่ยวต่อ และหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มนั้นมียัยข้าวฟ่างรวมอยู่ด้วย
"พวกแกสามคนดูสิยัยนาเดียร์มันคิดจะมาปาดหน้าเค้กฉันทำไงดี มันจะตามไปเจอพี่รุจที่ผับด้วย"
ฉันเข้าใจหัวอกนิชาดีคงกังวลเรื่องยัยนาเดียร์กับพี่รุจ และฉันกับเพื่อนๆเพื่อนต้องหาทางช่วยเพื่อนไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น นิชามันชอบพี่รุจมาตั้งนานจะให้ยัยนาเดียร์ มาแย่งไปไม่ได้ แล้วไหนจะมียัยข้าวฟ่างอีกคงสุมหัวกันวางแผนไม่ดีแน่ ฉันต้องตามไปขัดขวางให้ถึงที่สุดไม่ให้พวกนั้นสมหวังง่ายๆ
"งั้นจะรอไรล่ะ พวกเราก็ตามไปบ้างสิ"
ฉันชวนเพื่อนๆตามไปกันยัยนาเดียร์ออกจากพี่รุจให้ได้ทุกคนเห็นด้วยความคิดของฉันโดยเฉพาะยัยลูกอม
"ดีเหมือนกันฉันก็อยากวาดลวดลายบ้าง ช่วงนี้ชีวิตของฉันมันดูน่าเบื่อเกินไปหาอะไรหนุกๆทำกัน"
ลูกอมก็ใช่ย่อยเรื่องกินเรื่องเที่ยวขอให้บอก
"แกว่าไงนิชา แกอย่ายอมเด็ดขาดจะปล่อยให้เสือไปหาเหยื่อคงไม่ดีแน่ ฉันคิดว่าแกควรทำตัวเป็นเหยื่อให้พี่รุจเสียเอง และแกจะต้องเป็นเหยื่อที่มันน่าเคี้ยวมากๆด้วย"
ฉันก็อึ้งไปเหมือนกันกับคำยุของยัยกันยา ไม่คิดว่าคนหวานๆอย่างมันจะมีความคิดร้ายกาจ แต่ฉันกลับเห็นดีเห็นงามในความคิดของมันและสนับสนุนเต็มที่
"งั้นไปแต่งตัวห้องฉันกัน เดี๋ยวฉันแปลงโฉมพวกแกให้เป็นเหยื่อชั้นเลิศเลยล่ะ"
ฉันจะทำให้พวกผู้ชายตะลึงจนไปไหนไม่รอดโดยเฉพาะพี่ดิว ฉันจะทำให้พี่เขาลืมยัยข้าวฟ่างนั่นยังไงคืนนี้ฉันต้องชนะ ยังมีเรื่องสำคัญกว่าการแปลงโฉมเราไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปกันที่ไนและฉันจะต้องเข้าไปสืบให้รู้สถานที่นัดให้จงได้ และฉันก็คิดออกแล้วด้วยว่าฉันจะรู้ได้ยังไงทางเดียวคือการไปส่องไอจีพี่ดิวที่ชอบโพสทุกอย่างลง เสร็จฉันแน่ไม่รอดหรอกคืนนี้ให้รู้กันไปใครเก่งที่สุด
